บทที่ 6 ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะแต่ง
พิชญาขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง”
ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้า
“พ่อเพิ่งเสียไปไม่นาน คุณก็พร้อมแต่งงานกับผู้ชายที่แทบไม่รู้จักแล้ว”
ใบหน้าพิชญาชา “คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงพ่อฉันแบบนั้น”
“ผมพูดผิดตรงไหน”
“ฉันไม่ได้อยากแต่งกับคุณ”
“แต่ก็มาแล้วนี่” คำสั้น ๆ กระแทกใจ
อชิระมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “มรดกก้อนนั้นคงมีค่ามากพอสินะ ถึงยอมขายชีวิตตัวเองสามปี”
มือของพิชญากำแน่น ความประทับใจที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้กำลังแตกละเอียดทีละชิ้น เธอเคยคิดว่าเขาหล่อ น่าค้นหา น่าสนใจ ตอนนี้กลับรู้สึกเพียงว่าเขาหยิ่ง และน่ารังเกียจที่สุด
“คุณไม่รู้จักฉันเลย” เธอพูดพลางกำมือแน่น
“ผมไม่จำเป็นต้องรู้”
“แต่ฉันรู้เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคุณแล้วค่ะ”
อชิระเลิกคิ้ว
พิชญายืดหลังตรง “คุณก็ต้องการการแต่งงานนี้เหมือนกัน”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอรู้จากทนายแล้วว่าหุ้น 20% ของปู่มีความสำคัญต่อโครงสร้างอำนาจในวราธิกุลกรุ๊ป หากเธอแต่งกับอชิระ หุ้นดังกล่าวจะกลายเป็นเสียงสำคัญที่ช่วยให้เขารักษาอำนาจบริหารไว้ได้
“ดังนั้นก่อนคุณจะดูถูกว่าฉันแต่งเพราะเงิน คุณก็ควรมองตัวเองก่อนนะคะ”
อชิระหรี่ตา
“คุณเองก็ต้องการหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง แต่พิชญาไม่หลบสายตา
“เราต่างคนต่างต้องการบางอย่างจากการแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่หรือคะ”
ชายหนุ่มมองเธอนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ ไม่ใช่รอยยิ้มอบอุ่น แต่คล้ายคนเพิ่งพบคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจ เขาขยับเข้ามาใกล้
“ดี”
พิชญาขมวดคิ้ว
“อะไรคะ”
“อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้โง่”
คำพูดนั้นทำให้เธอแทบอยากเดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะได้ทำ อชิระก็พูดต่อ
“สามปี”
“ค่ะ”
“เราแต่งกันสามปี คุณทำตามข้อตกลงของพินัยกรรม หลังจากนั้นจะไปไหนก็เรื่องของคุณ”
พิชญาจ้องเขา “ตกลงค่ะ ฉันจะเตรียมสัญญามา”
“แต่อย่าเข้าใจผิด” เสียงของเขาต่ำลง “การเป็นภรรยาของผม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ใช้ชีวิตเป็นคุณนาย”
“ฉันไม่ต้องการ”
“งั้นก็ดี”
สายตาคมสบกับเธอ “เพราะถ้าคุณคิดว่าจะนั่งสวย ๆ รอครบสามปีแล้วรับเงิน ผมรับรองว่าคุณคิดผิด”
พิชญายกคางขึ้น “ฉันไม่กลัวงานหนักค่ะ”
“ไว้ผมจะรอดู”
หญิงสาวหมุนตัวเตรียมออกจากห้อง แต่เสียงของอชิระดังตามหลัง
“คุณพิชญา”
เธอหยุด หันกลับมา ชายหนุ่มยังยืนอยู่ที่เดิม
“ผมมีเงื่อนไขอีกข้อ”
“อะไรคะ”
เขามองเธอนิ่ง ก่อนเอ่ยอย่างชัดเจน “ตลอดสามปีที่เราแต่งงานกัน คุณต้องมาอยู่กับผม”
พิชญาเบิกตา “อะไรนะ?”
อชิระตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ถ้าจะเป็นเมียผม ก็ต้องเป็นให้เหมือนจริง”
ถ้อยคำของอชิระทำให้พิชญานิ่งไปชั่วขณะ หญิงสาวพยายามค้นหาความหมายจากดวงตาคมคู่นั้น แต่กลับไม่พบสิ่งใดนอกจากความเย็นชาและท่าทีราวกับทุกอย่างเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ “เหมือนจริงของคุณ หมายความว่ายังไงคะ”
“อยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตอยู่ในสถานะสามีภรรยา ออกงานด้วยกันเมื่อจำเป็น และตลอดสามปีห้ามสร้างเรื่องเสื่อมเสียมาถึงผม” อชิระตอบอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเสริมเสียงเรียบ “โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย”
พิชญาหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความเหลือเชื่อ “คุณกำลังจะบอกว่าฉันห้ามมีผู้ชายคนอื่น แต่คุณทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ”
“ผมยังไม่ได้พูดแบบนั้น”
“งั้นก็เขียนลงไปในสัญญาสิคะ ต่างคนต่างไม่มีใครตลอดสามปี ถ้าจะตั้งกฎก็ควรใช้กฎเดียวกัน”
แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคงไม่คาดคิดว่าผู้หญิงที่เดินเข้ามาเพื่อขอแต่งงานเพราะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอก จะกล้าต่อรองกับเขาทุกคำเช่นนี้ “คุณต่อรองเก่งกว่าที่คิด”
“ฉันไม่ได้มาขอเงินคุณฟรี ๆ นี่คะ คุณได้สิ่งที่คุณต้องการ ฉันก็ต้องได้สิ่งที่ฉันต้องการ”
“แล้วคุณต้องการอะไร”
“หุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เงินสำหรับจัดการหนี้บริษัท และค่ารักษาแม่ของฉัน หลังครบสามปีเราหย่ากัน ต่างคนต่างไป จากนั้นคุณจะใช้ชีวิตกับใครก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”
คำว่า หย่า ทำให้อชิระหรี่ตาลงอย่างประหลาด ทั้งที่มันควรเป็นข้อสรุปซึ่งเขาพอใจที่สุด “วางแผนวันไปไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งเลยหรือ”
“ก็คุณเองไม่ใช่หรือคะที่พูดว่าแต่งแค่สามปี”
“ดี อย่างน้อยก็รู้สถานะตัวเอง”
พิชญาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนหันหลังเตรียมออกจากห้อง ทว่าเพียงขยับได้สองก้าว ข้อมือก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ หญิงสาวหมุนตัวกลับทันที “ปล่อยค่ะ!”
“ยังคุยไม่จบ”
“แต่ฉันจบแล้ว”
“พิชญา”
“ฉันบอกให้ปล่อย!”
เธอกระชากมือเต็มแรง แต่อชิระกลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังดึงจนร่างบางเซเข้ามาใกล้ ความห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยจากวันที่พบกันครั้งแรกทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นมาอย่างน่าโมโห ทั้งที่ตอนนี้เธอควรเกลียดเขาเสียด้วยซ้ำ
“จำไว้อย่างหนึ่ง” เขาก้มลงมอง “ตอนเป็นเมียผม อย่าทำแบบนี้กับผู้ชายคนอื่น”
